ความหวังใหม่ วัคซีน HIV กำจัดเอดส์ภายในปี 2030

การกำจัดโรคเอดส์ให้หมดไปภายในปี 2030 ตามเป้าหมายของสหประชาชาติ อาจจะฟังดูเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่วิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปมาก จนทำให้ฝันนี้อาจเป็นจริงได้ โดยเฉพาะการผลิตวัคซีนป้องกัน HIV ที่ปีนี้เริ่มมีการทดลองในคนอย่างจริงจังแล้ว

หากจะมีอาวุธทางการแพทย์ใดที่เป็นความหวังสูงสุดในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัส HIV สิ่งนั้นก็คงจะเป็นวัคซีนต้าน HIV เพราะการป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่ต้น ย่อมง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าการรักษาโรค แต่ในช่วงหลายสิบปีที่โรคเอดส์แพร่ระบาด ยังไม่มีใครสามารถคิดค้นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพพอในการป้องกันโรคร้ายแรงนี้ได้

ในปี 2009 ที่ผ่านมา มีการทดสอบวัคซีนต้านไวรัส HIV ในไทย ซึ่งได้ผลในการป้องกันโรคประมาณร้อยละ 31.2 ในช่วงเวลา 3 ปีครึ่งของการติดตามผลหลังการให้วัคซีน แม้จะได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จก้าวใหญ่ของการต่อสู้กับโรคเอดส์

งานวิจัยดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดในปีนี้ ซึ่งถือเป็นปีที่เป็นหมุดหมายสำคัญของการต่อสู้กับโรคเอดส์ของมนุษยชาติ เพราะวัคซีนต้าน HIV จะถูกนำมาทดลองอีกครั้งในเซาท์แอฟริกา หนึ่งในประเทศที่มีการระบาดของ HIV มากที่สุดในโลก มีผู้ติดเชื้อ HIV 6.8 ล้านคน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่าวันละ 1,000 คน

การทดลองดังกล่าว ซึ่งสนับสนุนเงินทุนโดยสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯ จะทำโดยการแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชนกว่า 5,400 คนในเซาท์แอฟริกาซึ่งมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ แต่ละคนจะได้รับการฉีดวัคซีน 5 ครั้งในรอบ 1 ปี และมีการติดตามผลว่าวัคซีนได้ผลมากน้อยเพียงใดในการลดความเสี่ยงติดเชื้อ HIV ผู้ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ จะได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาถึงการป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และได้รับการรักษาที่เหมาะสม ระยะเวลาการทดลองกินเวลา 4 ปี โดยผลวิจัยจะเปิดเผยในช่วงปลายปี 2020

การทดลองครั้งนี้ถือเป็นการทดลองวัคซีนต้านเอดส์ทางคลีนิก หรือการทดลองกับคนจริง ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นที่คาดหวังว่าวัคซีนจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าการทดลองในไทยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ผล 100% ในการป้องกันโรค แต่แพทย์ยอมรับว่าเพียงวัคซีนทำงานได้ในระดับปานกลาง ก็ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการกำจัดโรคเอดส์ให้หมดไปจากโลก

ที่มา : http://news.voicetv.co.th/world/437706.html