มีทางไหนหรือไม่ที่จะทำให้หายเป็น ‘เอดส์’

แต่ก่อนเราจำเป็นต้องยอมรับกับความจริงที่ว่า “เอดส์ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้” ทำได้แต่เพียงกินยาเพื่อคุมอาการไปเรื่อยๆ หากอยากจะมีชีวิตอยู่ได้นานๆ ก็ต้องพยายามทานยาอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ  หรือทำจิตใจให้ผ่องใส ซึ่งถ้าหากสามารถทำได้ตามที่กล่าวมานี้ คุณก็อาจจะมีชีวิตที่ยืนยาวมากกว่าคนที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเอดส์ด้วยซ้ำ แต่สักวันหนึ่งคุณก็ต้องจบชีวิตลงเพราะเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ดี อย่างไรก็ตาม ด้วยความทันสมัยและวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวไกลของโลก ทำให้ความเชื่อเดิมๆกำลังจะถูกลบล้างออกไป เพราะในปัจจุบัน แพทย์สามารถรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้แล้ว หากคุณรู้ทัน และรักษามันได้อย่างดีเพียงพอ

วิทยาการความรู้เรื่องโรคเอดส์มีการพัฒนาอย่างก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ยาต้านไวรัสเอชไอวีตัวแรกถูกคิดค้นขึ้นมาได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และในปีต่อๆมา ก็มีนักวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายคนได้พยายามคิดค้นยาต้านไวรัสเอชไอวีหรือยาที่จะช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อเอชไอวีออกมามากมายกว่า 30 ชนิด ทำให้ผู้ป่วยโรคเอดส์ในปัจจุบันสามารถจับต้องยาเหล่านี้ได้โดยง่าย เนื่องจากราคาของยาค่อยๆถูกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่หากจะกล่าวย้อนไปเมื่อประมาณ 20-30  ปีก่อนแล้ว หากใครสักคนหนึ่งติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ขึ้นมา คงจะเป็นการยากที่จะสามารถมีโอกาสรอดชีวิตอยู่ได้ เนื่องจากยารักษาโรคเอดส์ในขณะนั้นมีราคาที่สูงลิบลิ่ว แถมยังไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถหาซื้อยาตัวนี้ได้ง่ายๆด้วย

ยาต้านไวรัสเอชไอวี

ภาพจาก : http://www.bdlive.co.za/national/health/2015/01/08/us-funding-for-hivaids-to-focus-on-specific-regions

และก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ถึงแม้จะมียาที่แสนวิเศษแค่ไหน อย่างไรเสีย ผู้ป่วยโรคเอดส์ก็ยังไม่สามารถปฏิเสธความตายได้อยู่ดี เนื่องจากการติดเชื้อไวรัชเอชไอวียังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยโรคเอดส์มีวินัยในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างต่อเนื่อง มีการไปพบแพทย์ตามนัดหมายตลอดเวลา ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำอยู่เสมอ รวมถึงอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็ย่อมจะส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเอดส์ผู้นั้น สามารถมีโอกาสต่อชีวิตให้ยืนยาวออกไปได้ และสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ไม่แตกต่างอะไรกับคนปกติทั่วไปเลย

แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ การรักษาโรคเอดส์อาจจะพัฒนามากไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผู้ป่วยอาจจะไม่ต้องกินยาต้านเชื้อไวรัสไปตลอดชีวิต หากสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้เร็ว และได้รับการรักษาทันทีหลังจากได้หลังรับเชื้อเอชไอวีไม่เกิน 9 สัปดาห์ ซึ่งงานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ ได้มีการค้นพบแล้วว่า มีผู้ป่วยทั่วโลกกว่า 20 คน สามารถหายจากอาการเอดส์ที่เป็นอยู่นี้ได้จริง

การศึกษาโดยศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาดได้แล้ว แต่การรักษานี้จะต้องทำในผู้ป่วยที่ติดเชื้อในระยะแรกเท่านั้น โดยผู้ป่วยจะต้องรู้ตัวเร็ว และรีบเข้ามาให้แพทย์ตรวจอาการทันทีที่สงสัยว่าจะติดเชื้อเอชไอวี นอกจากนี้ จะต้องได้รับยาทันทีอีกด้วยจึงจะมีโอกาสรักษาให้หายได้ แต่คำว่ารักษาจนหายขาดในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดเอาเชื้อเอชไอวีออกจากร่างกายได้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ เพียงแต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมไม่ให้เชื้อเอชไอวีเข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกายได้เอง แบบที่ไม่ต้องกินยาทุกวันเหมือนกับผู้ป่วยเอดส์คนอื่นทั่วๆไป

อย่างไรก็ตาม การศึกษาของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ยังคงอยู่ในขั้นทดลอง ยังไม่สามารถสรุปผลได้อย่างสมบูรณ์ ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยให้หายขาดได้อย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยก็มีกรณีศึกษาของผู้ป่วยบางท่านที่ตัดสินใจเข้ารับการรักษาโดยวิธีดังกล่าว ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาทันทีที่รู้ตัวว่าตรวจพบเชื้อเอชไอวี และได้กินยาต่อเนื่องยาวนานติดกัน 11 ปี ก่อนจะตัดสินใจหยุดยาเพราะปัญหาบางประการ เมื่อผ่านไป 7 ปี ผู้ป่วยคนเดิมกลับมาพบแพทย์ใหม่อีกครั้ง เพื่อรักษาโรคเบาหวานที่ตนเป็น แต่เมื่อผลตรวจเลือดออกมากลับพบว่า ผู้ป่วยคนนี้ไม่มีเชื้อเอชไอวีแล้ว แม้ว่าผลเลือดจะยังคงเป็นบวกอยู่ก็ตาม แสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาที่เขาหยุดทานยาไป ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาใหม่ เพื่อควบคุมเชื้อเอชไอวีได้ ซึ่งเป็นผลให้ผู้ป่วยคนดังกล่าวไม่จำเป็นต้องทานยาไปตลอดทั้งชีวิตอีกต่อไป

อีกหนึ่งกรณีที่สามารถรักษาโรคเอดส์จนหายได้ร้อยเปอร์เซนต์ เป็นกรณีศึกษาของ ‘ทิโมธี บราวน์’ ผู้ป่วยที่เป็นทั้งโรคเอดส์และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอิลอยด์ชนิดเฉียบพลัน บราวน์จำเป็นต้องได้รับการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นอยู่โดยการใช้เคมีบำบัด เพื่อทำลายระบบภูมิคุ้มกันเดิมและสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ขึ้นมาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูก ซึ่งผลจากการปลูกถ่ายไขกระดูกสามารถทำให้บราวน์หายจากการเป็นเอดส์ได้ อย่างไรก็ตาม การปลูกถ่ายไขกระดูกไม่ใช่วิธีที่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ได้ทุกคน เนื่องจากเป็นเรื่องยากมากที่จะหาผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูกที่เข้ากันได้ และจะต้องเป็นผู้ที่มียีนต้านทานเชื้อเอชไอวีด้วย

อย่างน้อย เราก็พอจะมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วว่า โรคเอดส์มีหนทางที่จะรักษาให้หายขาดได้ ขอเพียงคุณหมั่นทานยาตามที่แพทย์สั่งอยู่เสมอ และอย่าเพิ่งหมดกำลังใจในการรักษาไปเสียก่อน เพียงเท่านี้คุณก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถหายขาดจากโรคร้ายโรคนี้ได้แล้ว

เราสามารถตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้านได้ ด้วยชุดตรวจมาตรฐาน สนใจ คลิ๊ก!!!