วัคซีนป้องกันโรคเอดส์กำลังจะถูกทดสอบในมนุษย์เป็นครั้งแรก

ดอกเตอร์โรเบิร์ต แกลโล (Robert Gallo) นักวิจัยชีวการแพทย์ผู้ซึ่งนำทีมวิจัยศึกษาสาเหตุของโรคเอดส์ ในปี 1984  เขามีชื่อเสียงจากการค้นพบว่าไวรัส HIV เป็นสาเหตุหลักของโรคระบาดที่ทำให้อ่อนกำลังอย่างเอดส์ จนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีวิธีการจัดการกับไวรัส HIV อย่างไรก็ตาม หลังจาก 30 ปีของการค้นพบนั้น ดอกเตอร์แกลโลก็ยังไม่ได้หยุดการค้นคว้าวิจัยที่จะต่อสู้กับไวรัสตัวนี้ ปัจจุบันนี้เขาเป็นถึงผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไวรัสวิทยามนุษย์ (IHV) และเขากำลังจะเริ่มการทดสอบทางคลินิกครั้งแรกสำหรับวัคซีนโรคเอดส์ซึ่งเป็นโครงการที่วิจัยมากว่า 15 ปีแล้ว

การแสวงหาวัคซีนที่จะต่อสู้กับไวรัส HIV และโรคเอดส์นั้นมีมานานกว่าสิบปีแล้ว วัคซีนประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ซึ่งติดเชื้อได้ในรูปถูกทำให้อ่อนแอลงหรือโปรตีนบนพื้นผิวของจุลินทรีย์เหล่านั้น วัคซีนได้กลายมาเป็นอาวุธที่มีประสิทภาพสูงมากที่สุดในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและโรคที่เกิดจากไวรัสมากมาย โรคฝีดาษได้ถูกกำจัดออกจากโลกใบนี้ด้วยการค้นพบของวัคซีนซึ่งได้ช่วยกว่าล้านชีวิตในตอนนั้น อย่างไรก็ตามเชื้อไวรัส HIV ยังคงไม่มีวัคซีนไหนที่สามารถต่อสู้ได้

171044057

photo credit: Sean Locke Photography/Shutterstock.

ตอนนี้สถาบันวิจัย IHV ในเมืองบอลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ กำลังหวังว่าการทดลองทดสอบวัคซีนครั้งนี้จะสำเร็จ ระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์ดูเหมือนจะไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อจากไวรัส HIV ได้ ดังนั้นจึงยังไม่เคยมีใครหายจากการติดเชื้อนี้เลย ยกเว้น หนึ่งเคสในอดีต  เป็นอะไรที่ท้าทายมากในการคิดค้นวัคซีนนี้ เนื่องจากว่าไวรัส HIV มีความสามารถในการกลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและหลบหนีจากระบบภูมิคุ้มกันได้

เมื่อไวรัส HIV ทำให้คนติดเชื้อ โปรตีนบนพื้นผิวของไวรัสจะทำการจับกับส่วนของโปรตีนตัวอื่นที่ชื่อว่า หน่วยรับ CD4  ซึ่งพบได้ในเม็ดเลือดขาว โดยการใช้ตำแหน่งนี้ โปรตีนของไวรัสสามารถที่จะจับกับหน่วยรับตัวที่สองซึ่งเรียกว่า co-receptor ได้ เมื่อมันได้จับกับหน่วยรับทั้งสองแล้ว มันก็จะสามารถที่จะทำให้เม็ดเลือดขาวติดเชื้อและสามารถจำลองตัวเองออกมาได้

เช่นเดียวกันกับวัคซีนตัวอื่น การทดลองฉีดวัคซีนป้องกันโรคเอดส์นี้ซึ่งถูกเรียกว่า วัคซีน “full-length single chain” ประกอบไปด้วยโปรตีนบนพื้นผิวของไวรัส HIV ซึ่งถูกตัดต่อเพื่อที่มันจะสามารถเชื่อมต่อกับบางส่วนของหน่วยรับ CD4 ได้ จุดประสงค์ของวัคซีนตัวนี้ก็เหมือนกับวัคซีนทั่วไปนั่นคือการสร้างแอนติบอดีซึ่งเป็นโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันซึ่งจะคอยล่าและกำจัดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แอนติบอดีนี้เองจะจับกับโปรตีนบนพื้นผิวของ HIV ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นการเปลี่ยนแปลงที่จะลงหลักปักฐานกับหน่วยรับบนเม็ดเลือดขาว และในตอนนั้นเองมันจะทำให้กระบวนการจับกับหน่วยรับนี้ล้มเหลว ส่งผลให้การติดเชื้อถูกยุติก่อนที่ไวรัสจะจำลองตัวเองได้

วัคซีนตัวนี้ได้ถูกวิจัยนำโดย จอร์จ ลิวอิส (George Lewis) อาจารย์จุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา ณ สถาบันวิจัย IHV และเป็นผู้อำนวยการของหน่วยวิจัยวัคซีนอีกด้วย การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ครั้งนี้เป็นที่รู้กันว่าอยู่ในขั้นแรกของการศึกษา (phase I study) ซึ่งโดยปกติแล้ววัคซีนทั่วไปก็ต้องใช้เวลานานมากในการวิจัยและพัฒนากว่าจะสามารถนำมาใช้ได้ สถาบันวิจัย IHV ต้องการที่จะทำให้มั่นใจจริงๆ ถึงประสิทธิภาพและศักยภาพของวัคซีนตัวนี้ก่อนที่จะนำไปทดลองกับมนุษย์ ดอกเตอร์แกลโลเองก็ยืนกรานว่าเขาต้องการ “คำตอบที่มากกว่านี้ก่อนจะไปถึงมนุษย์”

โรคเอดส์และโรคต่างๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HIV ฆ่าคนไปแล้วกว่า 1.2 ล้านคนในปี 2014 จากข้อมูลของ World Health Organization หากวัคซีนนี้สามารถใช้ได้จริง แน่นอนว่าอาจจะเปลี่ยนโลกใบนี้ได้เลยทีเดียว

ที่มา: I Fucking Love Science , aroundscience.com

เราสามารถตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้านได้ ด้วยชุดตรวจมาตรฐาน สนใจ คลิ๊ก!!!