อย่ากลัวที่จะตรวจเลือด ตรวจเอชไอวี

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักจะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันหรือไม่ได้สวมถุงยางอนามัย  หรือมีการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง ให้คุณรู้ตัวไว้เลยว่า คุณคือบุคคลผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีเป็นอย่างมาก เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อไวรัชเอชไอวีถ่ายทอดจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งได้

รู้หรือไม่ว่า ทุกๆปีมีคนไทยติดเชื้อเอชไอวีใหม่เพิ่มขึ้นปีละเกือบ 20,000 ราย ซึ่งการจะตรวจสอบว่าคุณคือหนึ่งในบุคคลนั้นๆหรือไม่ สามารถทำได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า “การตรวจเลือด” นั่นเอง

ตรวจเลือด

 

ภาพจาก : http://www.caribbean360.com/news/barbados_news/late-stage-hivaids-diagnoses-worries-barbados-authorities

หลายคนเกรงกลัวกับการพิสูจน์ความจริงที่ว่านี้ หรือคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นผู้โชคดีที่คงไม่ติดเชื้อโรคร้ายนี้ชนิดนี้หรอก แม้ว่าจะมีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นก็ตาม บางคนคิดว่าตนเองเป็นบุคคลที่แข็งแรงและออกกำลังกายอยู่เสมอ จนคิดว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่น่าจะสามารถเล่นงานอะไรต่อตนเองได้ ประกอบกับไม่ได้พบอาการผิดปกติแต่อย่างใด จึงไม่ยอมที่จะไปตรวจเลือดตามที่มีผู้แนะนำ

และด้วยความประมาทที่ว่านี้ จึงทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพราะการที่คุณไม่ได้ตรวจเลือดตั้งแต่ช่วงต้นๆของการติดเชื้อ จะยิ่งทำให้อาการป่วยนี้รุนแรงมากขึ้นหากพบว่าในร่างกายมีเชื้อเอชไอวีในระยะหลังๆ และการรักษาก็จะทวีความยุ่งยากมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ อาจมีอาการป่วยที่เกิดขึ้นมาแบบกระทันหัน  จนทำให้มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้สูงด้วย

            ทีนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า จะต้องตรวจเชื้อแบบใดถึงจะทำให้รู้ว่า “คุณนั้นมีสิทธิติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่

วิธีการที่ดีที่สุดในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีหรือเชื้อเอดส์ ทำได้โดยการ “ตรวจ Anti-HIV”  ซึ่งสามารถตรวจได้หลังจากได้รับเชื้อมาแล้วประมาณ 2-6 สัปดาห์ โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ วิธีการตรวจที่เรียกว่า “Anti-HIV” นี้ สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่คนไทยทุกคนอย่างมากที่สุด แต่หากต้องการทราบผลเลือดในรูปแบบที่รวดเร็วมากไปกว่านั้น หลังการรับเชื้อมาได้เพียง 3-7 วัน หรือไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ก็ต้องใช้วิธีตรวจที่พิเศษมากขึ้น ที่เรียกว่า “Nucleic Acid Technology (NAT)” ซึ่งวิธีนี้สามารถใช้ตรวจเพื่อยืนยันผลในกรณีที่ตรวจวิธีแรกแล้วไม่พบการติดเชื้อได้ด้วย

แล้วใครบ้างละที่ควรได้รับการตรวจเชื้อ? จะว่าไปแล้วก็เกือบทุกคนนั่นละที่ควรได้รับการตรวจเชื้อเอดส์ เนื่องจากการติดเชื้อเอดส์มักมาแบบคาดไม่ถึง เพราะเพียงแค่การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับคนในครอบครัว ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ได้เช่นกัน เพราะคุณไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า คู่นอนของคุณแอบไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆจนได้รับการติดเชื้อมาหรือไม่ การไว้ใจกันเพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันนี่ละ ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีผู้ป่วยโรคเอดส์ในจำนวนที่มากขึ้นทุกปี ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ใช้ยาเสพติดโดยการฉีด ซึ่งเข็มฉีดยาถือเป็นพาหะการนำเชื้อโรคร้ายที่ดีที่สุด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันกับผู้เสพติดคนอื่นๆ จึงมีผลต่อการนำพาเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้ามาสู่ตัวเราได้ตลอดเวลา

คงจะเป็นเรื่องดีหากผลตรวจเลือดระบุว่า ‘คุณไม่ได้เป็นเอดส์’ แต่นี้ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นเพื่อบ่งบอกให้คุณรู้จักป้องกันตัวเองให้จริงจังมากขึ้น และรู้จักการวางแผนการดูแลสุขภาพตัวเองให้เหมาะสม  เพราะถือว่าวันนี้คุณยังโชคดีที่ยังรอดพ้นจากเชื้อไวรัสร้าย แต่ถ้าคุณยังคงประพฤติตนอย่างไม่เหมาะสม หรือขาดการป้องกันที่ถูกวิธี ก็ย่อมทำให้คุณมีสิทธิที่จะตรวจพบเชื้อไวรัสตัวนี้ในครั้งถัดไปได้เช่นกัน

แต่ในกรณีที่ตรวจแล้วพบว่าคุณเป็นเอดส์ ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้  รู้วิธีการในการป้องกันตนเองให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ตนเองไปเป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อในบุคคลถัดๆไป ที่สำคัญคือจะต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเวลาที่คิดจะมีเพศสัมพันธ์ ทั้งกับคนที่รู้จักและไม่รู้จัก หรือหากติดยาเสพติดอยู่ก็ควรเลิกให้ได้  ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองทั้งนั้น

การตรวจหาเชื้อเอดส์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการกระทำที่สามารถช่วยให้คุณรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองได้อย่างทันท่วงที แน่นอนว่าหากเกิดความผิดพลาดอะไรไปแล้ว ก็คงจะไม่สามารถเรียกคืนความถูกต้องให้กลับมาอีกครั้งได้ แต่การรู้ถึงความผิดพลาดได้ก่อน จะสามารถช่วยป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บซ้ำมากไปกว่าเดิม หรือเป็นการป้องกันไม่ให้ต้องมีคนป่วยจากโรคร้ายชนิดนี้เพิ่มมากขึ้น

            การเข้ารับคำปรึกษาในการดูแลหรือป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเอชไอวี ถือเป็นสิ่งแรกๆที่ทุกคนควรกระทำ แต่เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเอดส์ ก็ควรจะเข้าไปตรวจเลือดเพื่อความสบายใจ และอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เพราะโรคเอดส์ไม่ใช่ศัตรูที่ร้ายกาจจนเกินไป หากคุณมีจิตใจที่เข้มแข็งมากเพียงพอ

เราสามารถตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้านได้ ด้วยชุดตรวจมาตรฐาน สนใจ คลิ๊ก!!!