เรื่องที่ควรเข้าใจ มีเชื้อ HIV ไม่ได้แปลว่าเป็นเอดส์

ความรู้เรื่องโรคเอดส์ที่หลายคนเข้าใจผิด รู้หรือไม่ว่า การมีเชื้อ HIV ไม่ได้แปลว่าเป็นเอดส์

กลายเป็นกระแสอย่างมาก ทั้งจากทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และทางสื่อต่างๆ ที่มีการออกมาเผยแพร่ข้อมูลว่า การมีเชื้อ HIV อยู่กับตัวไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นเอดส์เสมอไป ซึ่งเป็นประเด็นที่ปลุกกระแสและทำให้สังคมต้องออกมามาปรับความเข้าใจอย่างมากเกี่ยวกับโรคเอดส์และเชื้อ HIV

ประเด็นสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนเลยคือ การมีเชื้อ HIV ในร่างกาย ก็เหมือนกับการที่ร่างกายของเรามีเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ แปลกปลอมเข้ามา โดยเชื้อเอชไอวี จะตรงเข้าจู่โจมเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการกำจัดเชื้อโรคและไวรัสที่เข้ามาในร่างกายของเรา เพื่อรักษาสุขภาพของเราไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วย

 

hiv

หลังจากที่เจ้าเชื้อ HIV เข้ามาในร่างกายของเราได้แล้ว จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีจำนวนน้อยลง จนเป็นผลให้ความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคอื่น ๆ ได้ยากยิ่งขึ้น เป็นผลให้ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง จนเสี่ยงกับโรคฉวยโอกาสที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายเราในตอนที่ภูมิคุ้มกันของเรากำลังอ่อนแอ

หากจะสรุปง่ายๆก็คือ HIV เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ส่วนโรคเอดส์ หมายถึงกลุ่มอาการ ภูมิคุ้มกันที่บกพร่องไปแล้ว (อาการหรือโรคฉวยโอกาสต่างๆ) นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม อยากให้เข้าใจกันเพิ่มเติมสักนิดว่า การที่เราใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี เช่น การทานอาหารร่วมกัน ทานช้อนเดียวกัน ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน จูบกัน หรือถูกยุงที่กัดคนมีเชื้อแล้วมากัดเรา สิ่งเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย
Avert.org
health.kapook.com

เราสามารถตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้านได้ ด้วยชุดตรวจมาตรฐาน สนใจ คลิ๊ก!!!