ตุ่มขึ้นตามตัวติดเชื้อ HIV

มีตุ่มขึ้นตามตัว เราติดเชื้อ HIV หรือเปล่านะ?

ตุ่มขึ้นตามตัวติดเชื้อ HIV ส่วนหนึ่งจากหลายๆ คำถาม ที่รวบรวมจาก facebook.com/TNPplus ของเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย หรือหลายคนสงสัยและมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับอาการต่างๆ โดยเฉพาะตุ่มที่ขึ้นตามตัว เช่น

“ผมมีตุ่มแดงๆ ขึ้นตามร่างกาย ใช่อาการของคนเป็นเอดส์หรือเปล่าครับ?”

“เพื่อนหนูเค้าท้องเสียค่ะ แล้วก็น้ำหนักลดลง ใช่อาการของเอดส์ไหม แล้วมันติดกันได้รึเปล่า?”

“อาทิตย์ก่อนผมไปตากแดดมา ผมรู้สึกว่าตัวดำขึ้น เกี่ยวกับเอชไอวีไหมครับ แล้วเป็นระยะไหนแล้ว?”

ตุ่มขึ้นตามตัวติดเชื้อ HIV คำถามข้างต้น หรือ คำถามที่ใกล้เคียงนี้ เป็นอาการที่บอกถึงการติดเชื้อเอชไอวีหรือเปล่า วันนี้อยากจะให้ทุกคนมาทำความเข้าใจ “ถูก” ให้กับ “ความเข้าใจผิด” เรื่องเอชไอวีกันดีกว่าครับ

 

การ ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ( เชื้อเอชไอวี ต่างกับ เอดส์ อ่านเพิ่มเติมที่นี่ )  จะไม่มี อาการ ที่บอกถึง การติดเชื้อ อย่างชัดแจ้ง เหมือนที่ว่ามา หรือไม่ได้ทำ ให้เราป่วย ในทันที นั่นจึง เป็นที่มา ของคำว่า “ดูไม่ออก บอกไม่ได้ว่าใครติดเชื้อ” เพราะแม้ จะได้รับ เชื้อเอชไอวี มาแล้ว แต่หาก ภูมิต้านทาน ในร่างกาย ของเรา ยังคง มีมากอยู่ เราก็จะมี ร่างกายแข็งแรง เหมือนคนทั่วๆ ไป

ทั้งนี้ หากต้องการจะสังเกตอาการอาจต้องรอ ๗ – ๑๐ ปี ผู้ติดเชื้อฯ ถึงจะเริ่มมีอาการป่วยเอดส์ หรืออาการป่วยที่เกิดจากภาวะการติดเชื้อฯ ซึ่งระยะเวลาที่เริ่มป่วยขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน แล้วก็จะมีอาการแตกต่างกันไปตามแต่โรคที่เป็น ซึ่งโรคเหล่านี้เรียกว่าโรคฉวยโอกาส มีด้วยกันหลายโรค อย่างอาการของโรคที่เรามักนึกถึงหรือเห็นภาพอยู่บ่อยๆ คือ อาการของตุ่มพีพีอี ที่มีลักษณะคล้ายตุ่มมดหรือยุงกัด ขึ้นตามตัว แขนขา แต่อาการนี้ไม่ใช่อาการที่ผู้ป่วยเอดส์ ทุกคนต้องเป็นเสมอไป และโรคหลายโรค คนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีก็สามารถเป็นได้ เช่น วัณโรคปอด งูสวัด เป็นต้น

ผู้ติดเชื้อฯ จะป่วยด้วยโรค ฉวยโอกาส ก็ต่อเมื่อ รับเชื้อเอชไอวี มาระยะหนึ่ง จนทำ ให้ภูมิต้านทาน ถูกทำลายจนต่ำลง และไม่ได้รับ การรักษา หรือเข้าถึง การรักษาช้า คือ มารักษา หลังจากที่ติดเชื้อเอชไอวี มานาน หลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะป่วยแล้ว ทุกโรคฉวยโอกาสก็สามารถรักษาได้ อีกทั้งหลายๆ โรคก็มียากินป้องกันได้

นอกจากนี้ ยังมีการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี ที่ทำหน้าที่ ยับยั้งเชื้อเอชไอวี ไม่ให้ไป ทำลายภูมิคุ้มกัน ของเรา และเมื่อภูมิคุ้มกัน ไม่ถูกทำลาย โอกาสที่จะป่วย ด้วยโรคฉวยโอกาส ก็แทบจะไม่มี ทำให้ร่างกาย ของผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี แข็งแรงเหมือนคน ที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี

และนี่ ก็เป็น ที่มา ของคำว่า “เอดส์ รักษาได้” และ “ผู้ติดเชื้อเอชไอวี” ไม่ต่าง จากคนทั่วๆ ไป เพราะพวกเขา ไม่ได้มี “อาการ” ให้ต้อง สังเกต เหมือนกับ ที่ “เอดส์” ไม่ได้มี ระยะ อย่างที่ หลายๆ คนกลัว หรือเข้าใจ เอดส์ไม่มีระยะ ๑,๒,๓ หรือระยะสุดท้าย มีแต่ ระยะ “ป่วยเอดส์” กับ “ติดเชื้อเอชไอวี” เท่านั้น ถ้าอยากจะรู้ว่าเรามีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกายหรือไม่ ทางเดียวที่จะรู้ได้ คือ ต้อง ตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี

ยิ่งถ้ารู้ว่า ติดเชื้อเอชไอวี  ได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะช่วย ให้วางแผน ดูแล สุขภาพ ตัวเองได้ดีขึ้น

หากคุณ มีเพศสัมพันธ์ ไม่ได้ป้องกัน อย่ามัว แต่สงสัย หรือ รอสังเก ตอาการเลย ไปขอ รับคำปรึกษา และตรวจเลือด หาการติดเชื้อเอชไอวี ดีกว่า 

ที่มา : www.thaiplus.net

เราสามารถตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้านได้ ด้วยชุดตรวจมาตรฐาน สนใจ คลิ๊ก!!!